ชาวต่างชาติกับการถือครองอสังหาใน AEC

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
ชาวต่างชาติกับการถือครองอสังหาใน AEC

ชาวต่างชาติกับการถือครองอสังหาใน AEC

เกี่ยวเนื่องจากตอนที่แล้วในซีรี่การลงทุนของชาวต่างชาติในประเทศไทย วันนี้ InvestMaN กลับมาพร้อมกับตอนที่ 3 หัวข้อ ชาวต่างชาติกับการถือครองอสังหาใน AEC ถึงจะมีการค้าที่เสรีมากขึ้น แต่ละประเทศยังคงมี กฎกติกา ระเบียบ ประเพณีที่แตกต่างกันออกไปโดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้ามาทำการค้าลงทุน

ประเทศไหนใน AEC ที่เหมาะที่สุดในการลงทุนอสังหา
ก่อนที่จะมีการลงทุนการถือครองอสังหาของชาวต่างชาติใน AEC เรามาเปรียบเทียบว่าแต่ละประเทศจะมีสิทธิในการถือครองกรรมสิทธิ์กันแบบไหนบ้าง

ประเทศไทย

  • คอนโดมิเนี่ยม : สามารถซื้อได้ภายในโควต้าของพื้นที่ไม่เกิน 49% ของพื้นที่ขายทั้งอาคารเท่านั้น และมีสิทธิเช่าได้
  • อาคาร : สำหรับตึกนั้นสามารถเป็นเจ้าของได้แต่กรรมสิทธิ์ตึกจะแยกโฉนดกับที่ดิน
  • ที่ดิน : จะมีแค่สิทธิเช่าได้เท่านั้น แต่จะได้สิทธิเป็นระยะเวลา 30 ปี

ประเทศสิงคโปร์

  • คอนโดมิเนี่ยม : สามารถซื้อได้ตามปกติแต่จะมีข้อห้ามว่า ห้ามซื้อคอนที่เป็นของการเคหะสิงคโปร์ และมีสิทธิเช่าได้
  • อาคาร : สำหรับตึกนั้นสามารถซื้อได้แต่จะต้องมีการขออนุญาตจาก Singapore Land Authority ก่อนที่จะซื้อ
  • ที่ดิน : สามารถที่จะเช่าได้สูงสุดถึง 99 ปี แต่จะต้องมีการขออนุญาตจากรัฐบาลก่อน

ประเทศกัมพูชา

  • คอนโดมิเนี่ยม : เป็นเจ้าของโดยการซื้อได้ แต่จะซื้อได้เฉพาะคอนโดมิเนียมที่สร้างขึ้นใหม่ที่มีการแบ่งโฉนดความเป็นเจ้าของโดยการซื้อได้เฉพาะชั้น 1 ขึ้นไปเท่านั้น (ชั้นล่างห้ามซื้อ) และต้องอยู่ภายในโควต้าที่กำหนดไว้นั้นคือ 70% ของคอนโดมิเนียม และมีสิทธิเช่าได้
  • อาคาร : สามารถเป็นเจ้าของตึกได้เฉพาะตึกที่ทำการสร้างขึ้นมาเองโดยที่ที่ดินยังคงเป็นของเจ้าของเดิม
  • ที่ดิน : สามารถที่จะเช่าได้สูงสุดถึง 99 ปี แต่จะต้องมีการขออนุญาตจากรัฐบาลก่อน

ประเทศเวียดนาม

  • คอนโดมิเนี่ยม : การซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศเวียดนามนั้นไม่สามารถทำการซื้อขาดได้ แต่จะเป็นการซื้อที่เป็นสิทธิของการเช่า ทั้งนี้ชาวต่างชาติสามารถซื้ออพาร์ทเม้นต์และบ้านเดียวได้ แต่จะยกเว้นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ความมั่นคงตามกฎระเบียบของรัฐบาลตามที่ได้ระบุไว้ในกฎหมาย
  • อาคาร : สำหรับตึกในประเทศเวียดนามนั้นจะเป็นเจ้าของตึกและที่ดินไม่ได้ แต่ถ้าตั้งบริษัทมาเพื่อการขายบ้านหรือคอนโดสามารถทำได้
  • ที่ดิน : สิทธิในการเช่าที่ดินในประเทศเวียดนามนั้นสามารถเช่าได้โดยมีระยะเวลาตั้งแต่ 50-70 ปี

ประเทศลาว

  • คอนโดมิเนี่ยม : สามารถซื้อได้โดยการให้โควต้า 40% ของทั้งตึก และมีสิทธิในการเช่าได้
  • อาคาร : สำหรับตึกนั้นสามารถเป็นเจ้าของได้แต่กรรมสิทธิ์ตึกจะแยกโฉนดกับที่ดิน
  • ที่ดิน : จะมีสิทธิเช่าได้ 25 ปี และยังสามารถต่ออายุการเช่าได้อีก 25 ปี

ประเทศพม่า

  • คอนโดมิเนี่ยม : ซื้อได้ แต่ไม่สามารถทำการซื้อขาดได้ ส่วนการเช่านั้นสามารถทำการเช่าได้แต่จะได้สิทธิการเช่าเป็นรายปีต่อรายปี
  • อาคาร : สำหรับตึกนั้นไม่สามารถที่จะทำการซื้อเป็นเจ้าของได้
  • ที่ดิน : ในการเช่าพื้นที่ดินในประเทศพม่านั้นเช่าได้ในกรณีที่จะทำการพัฒนาเป็นโครงการ สัญญาจะเริ่มต้นที่ 50 ปี และสามารถต่อเพิ่มได้อีก 10 ปี เป็นเวลา 2 ครั้งของการต่อสัญญา โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจาก Myanmar Investment Commission ก่อน

ประเทศมาเลเซีย

  • คอนโดมิเนี่ยม : ในประเทศมาเลเซียนั้นคอนโดมิเนียมคนต่างชาติเท่านั้นที่จะสามารถซื้อได้เฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีราคามากกว่า 1,000,000 RM ต่อยูนิต โดยทำการซื้อได้มากสุดที่ 2 ยูนิตภายในโควต้า 50% ต่อตึก หรือจะทำการควบกับอสังหาประเภทอื่นก็ได้ ส่วนการเช่านั้นสามารถทำการเช่าได้
  • อาคาร : ซื้อได้เฉพาะตึก 2 ชั้นขึ้นไปเท่านั้นและที่มีราคามากกว่า 1,000,000 RM ภายในโควต้า 10% โดยจะสามารถซื้อควบกับคอนโดมิเนียมอีก 1 ห้องก็ได้
  • ที่ดิน : จะมีสิทธิเช่าได้โดยระยะเวลาการเช่าจะขึ้นอยู่กับการขอใบอนุญาติจากรัฐบาลเท่านั้น

ประเทศอินโดนีเซีย

  • คอนโดมิเนี่ยม : ซื้อได้โดยการได้รับเป็นใบรับรองการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างที่แยกออกจากสิทธิในการถือครองที่ดินและสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ตามปกติ โดนที่โฉนดยังเป็นของ Developer (คล้ายๆ กับการเช่าซื้อ) แต่สำหรับการเช่านั้นจะมีการสิทธิในการเช่า
  • อาคาร : สามารถเป็นเจ้าของตึกได้ แต่จะมีสิทธิเฉพาะตึกที่สร้างขึ้นมาเองโดยที่ดินยังคงเป็นของเจ้าของเดิม
  • ที่ดิน : สำหรับที่ดินในประเทศอินโดนีเซียนั้นจะสามารถเช่าได้ชาวต่างชาติที่อาศัยในอินโดนีเซียเท่านั้น และจะต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าการที่ชาวต่างชาติจะมีการลงทุนหรือถือครองอสังหาในกลุ่มประเทศ AEC นั้น แต่ละประเทศจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันออกไปตามกฎหมายของรัฐบาลนั้นๆ เราควรจะศึกษากฎระเบียบของแต่ละประเทศให้ดีก่อนการถือครองอสังหา เพื่อความเข้าใจและไม่เป็นการทำผิดกฎหมายของประเทศนั้นๆ ก็จะสามารถรู้แล้วว่าประเทศไหนควรที่จะเป็นประเทศที่น่าลงทุนในกลุ่มอสังหามากที่สุด

หากดูเผินๆแล้วจะเห็นได้ว่าประเทศสิงค์โปร์นั้น จะมีความสะดวกสบายสำหรับชาวต่างชาติในการครอบครองอสังหาไม่ว่าจะเป็น คอนโด ตึก หรือว่าที่ดิน โดยรองลงมาก็น่าจะเป็นมาเลเซีย และประเทศไทย ตามลำดับ แต่ถ้าเรานำเอาเรื่องของปัจจัยภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ประเทศไทยยังคงมีความได้เปรียบ ในเรื่องของการดึงดูดชาวต่างชาติให้มาครอบครองอสังหาฯ มากที่สุด สารพัดภาษีอย่าง capital gain tax ภาษีเมือง ภาษีการครอบครองอสังหาฯ บวกกับการซื้อขายรีเซลก็ทำกันได้อย่างอิสระเสรี

 

Credit :  สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลังธนาคารแห่งประเทศไทย
Roommate : male, Chinese, newly NYU grad student, tidy, friendly, responsible

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บริษัทประเมินอิสระ Independent Valuation Company Thailand

ให้บริการด้านประเมินมูลค่าทรัพย์สิน อยู่ในบัญชีรายชื่อของตลาดหลักทรัพย์และทุกสถาบันธนาคาร มุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานผลงานและพัฒนาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง มุ่งหวังยกระดับมาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ในประเทศไทยเทียบเท่าระดับสากล ตามปรัชญาขององค์กรที่ปลูกฝังไปยังผู้ประเมินราคาในสังกัดทุกคน

บทความอื่นๆ

Follow Us

Prospec Appraisal

Top
Subscribe To Our Newsletter

Subscribe To Our Newsletter

Join our mailing list to receive the latest news and updates from our team.

You have Successfully Subscribed!